หน้าแรก บทความ Harrison Flex-10 audio interface ตัวแรกของ Harrison
Harrison

Harrison Flex-10 audio interface ตัวแรกของ Harrison

Btwins · 19 ส.ค. 2026 · อ่าน 6 นาที

Harrison Flex-10 audio interface ตัวแรกของ Harrison

Harrison Flex-10 คือ audio interface ตัวแรกของ Harrison ต่อผ่าน USB-C รองรับได้ถึง 32-bit/192 kHz โดยเครื่องจะมีดีไซน์แบบเดียวกับ center section ของคอนโซลใหญ่ของ Harrison พร้อม channel strip สองช่องเรียงอยู่ข้างและ VU Meter สไตล์คลาสสิคแบบเข็ม

โดย Flex-10 จะเป็นวงจร analogue ที่ยกมาจากคอนโซลของ Harrison เอง ไม่ว่าจะเป็น mic preamp ที่มี transformer จริงให้ปรับ saturation ได้ ฟิลเตอร์ High-Pass และ Low-Pass ที่มาจากคอนโซล 32 Series และ Insert แบบ balanced บนทั้งสองช่องสำหรับต่อ outboard ก่อนเข้า converter

32 Series คอนโซลที่อยู่เบื้องหลัง Thriller

ชื่อ 32 Series ที่ Harrison หยิบมาใช้กับ Flex-10 ไม่ใช่ชื่อรุ่นเฉย ๆ แต่เป็นคอนโซลที่อยู่ในเครดิตของอัลบั้มที่คนทั้งโลกฟังกันมาแล้ว

งานที่คนรู้จักมากที่สุดคือ Thriller ของ Michael Jackson ซึ่ง Bruce Swedien มิกซ์ผ่านคอนโซล Harrison 3232 และกลับมาใช้คอนโซลตระกูลเดียวกันอีกครั้งกับอัลบั้ม Bad นอกจากนั้นยังมี Rhythm Nation ของ Janet Jackson และ Promise ของ Sade ที่ผ่านคอนโซลรุ่นนี้เหมือนกัน

สิ่งที่ทำให้ 32 Series ถูกเลือกใช้กับงานระดับนั้นคือคาแรคเตอร์ของวงจร EQ และฟิลเตอร์ ที่เปิดย่านเสียงออกได้โดยไม่ทำให้เสียงแข็ง เวลาซ้อนแทร็กกันเยอะ ๆ ทุกอย่างยังแยกกันฟังออก และนั่นคือเหตุผลที่ Harrison เลือกยกวงจรฟิลเตอร์ของคอนโซลรุ่นนี้มาใส่ไว้ใน Flex-10 แทนที่จะออกแบบวงจรขึ้นมาใหม่

ขา Input/Output ของ Flex-10

Harrison Flex-10 มี 2 analogue Input / 4 analogue Output และสามารถต่อ ADAT ให้เป็น 10-in/12-out ได้

โดย input แต่ละช่องมี preamp ของตัวเอง รับได้ทั้ง mic, line input และ Hi-Z instrument และทั้งสองช่องมี Hardware Insert แบบ balanced ของตัวเองสำหรับต่อ outboard ส่วนขาออก analogue เป็น Main L/R กับ Alt L/R Line Outputs

H-DRIVE transformer จริงที่ปรับได้อย่างยืดหยุ่น

preamp ทั้งสองช่องของ Flex-10 มีวงจร H-DRIVE™ ที่ใช้ transformer จริง ไม่ใช่การจำลองด้วย DSP หลักการคือยิ่งเร่งสัญญาณเข้าไปมาก transformer ก็จะให้ harmonic เพิ่มขึ้นตามลำดับ ทำให้สามารถเลือกได้ระหว่างเสียงที่ใส รายละเอียดครบ ไปจนถึงเสียงที่มีความหนาและมี saturation ชัดขึ้น

ข้อดีของการมี saturation ตั้งแต่ขาเข้าคือมันเกิดก่อน converter ทำให้เสียงที่บันทึกลง DAW จึงมีคาแรคเตอร์ติดมาตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่การมาเติมทีหลังด้วย plug-in เวลาอัดกลอง เบส หรือกีตาร์ที่อยากได้เนื้อเสียง ก็ตัดสินใจได้ตั้งแต่ตอนอัด

ฟิลเตอร์ที่ออกแบบจากคอนโซล 32 Series

High-Pass และ Low-Pass Filter บนแต่ละช่องถอดแบบมาจากคอนโซล Harrison 32 Series ตัวเดียวกับที่เล่าไปข้างต้น

ประโยชน์จริงคือได้จัดการความถี่ก่อนเข้า converter ตัด rumble จากขาตั้งไมค์หรือเสียงแอร์ทิ้งตั้งแต่ต้นทาง และตัดย่านสูงที่ไม่ได้ใช้ออกก่อนที่มันจะไปกิน headroom แทนที่จะไปตามแก้เอาตอน mix

ช่องขาเข้า Mic / Line / Hi-Z และ Hardware Insert

แต่ละช่องเลือกได้ระหว่าง mic input แบบ XLR, line input และ Hi-Z instrument input ที่หน้าเครื่อง สำหรับเสียบกีตาร์ เบส หรือ synth เข้าตรง ๆ ทั้งสามอย่างใช้ทีละอย่างต่อช่อง บนหน้าเครื่องมีปุ่ม line, +48V phantom power, pad -20 dB และ phase invert ครบทั้งสองช่อง

ทั้งสองช่องยังมี Hardware Insert แบบ balanced ให้แทรก Compressor หรือ EQ ตัวโปรดเข้าไปในเส้นทางก่อนถึง converter ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ interface ระดับราคานี้ส่วนใหญ่ไม่ได้ให้มา

Main / Alt L/R Line Outputs และ Headphone สองทาง

ขาออก analogue ของ Flex-10 คือ Main L/R และ Alt L/R Line Outputs ที่คุมระดับแยกกัน ใช้สลับระหว่างลำโพงคู่หลักกับคู่เช็คงานได้เลย ไม่ต้องหา monitor controller มาต่อเพิ่ม

ฝั่ง headphone มีให้สองทาง แต่ละทางมี volume ของตัวเอง เวลาอัดพร้อมกันสองคนจึงไม่ต้องพ่วง headphone amp เพิ่ม

เพิ่มช่องสัญญาณด้วย ADAT และช่อง MIDI

Flex-10 สามารถขยายช่องสัญญาณโดยการต่อ ADAT I/O ได้ถึง 8 Channel หากต่อกับ preamp ที่มี ADAT out จะสามารถอัดได้เพิ่มอีกแปดช่อง โดย Harrison เองก็ทำ D510r ซึ่งเป็นแร็ค 500 Series คู่กับ D510UA ที่เป็น ADAT interface ไว้ให้ต่อกันได้โดยตรง

MIDI In และ Out ใช้หัว 3.5 mm TRS ต่อ keyboard controller หรือ synth เข้ามาได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์รับ MIDI แยก

VU Meter และการใช้งานหน้าเครื่อง

หน้าเครื่องเป็น VU Meter แบบเข็มพร้อม trim ปรับได้ ใช้ดูระดับทั้งตอนอัดและตอน playback โดยไม่ต้องหันไปมองจอตลอด และปุ่มที่ใช้บ่อยอย่าง gain, filter, pad, phantom power และ H-DRIVE อยู่หน้าเครื่องทั้งหมด ทำให้สะดวกและกดได้ทันทีระหว่างเซสชัน

Mixbus 12 และ Creator Pack

Flex-10 แถม Harrison Mixbus 12 มาให้เต็มตัว เป็น DAW ที่ยก workflow ของคอนโซล Harrison ทั้ง channel strip, bus และการ summing มาไว้ในโปรแกรม

นอกจากนั้นยังมี Harrison Creator Pack ที่รวม virtual instrument, plug-in, loop และ sample จากพาร์ตเนอร์อย่าง Solid State Logic, Slate Digital, Native Instruments และ IK Multimedia

การเชื่อมต่อและระบบ

ต่อคอมด้วย USB-C ใช้กับ macOS ได้แบบ class compliant ไม่ต้องลง driver ส่วน Windows มี ASIO driver ให้ ตัวเครื่องขนาด 305 × 184 × 89 mm น้ำหนัก 2.15 kg ใช้ไฟจาก adapter 12V DC ที่ให้มาในกล่อง

สนใจสั่งซื้อติดต่อ Btwins

Harrison Flex-10 audio interface 32-bit/192 kHz ขาเข้า analogue 2 Channel (2 Preamps / 2 Line / 2 Instrument / 2 Inserts) พร้อม Main และ Alt L/R Line Outputs และ ADAT I/O 8 Channel สำหรับขยาย

สนใจ Harrison Flex-10?

Btwins เป็นตัวแทนจำหน่าย Harrison อย่างเป็นทางการในประเทศไทย สอบถามสเปก ราคา และนัดทดลองเครื่องได้

ขอบคุณข้อมูลจาก: https://harrisonaudio.com/explore/media/harrison-audio-launches-flex-10

อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด →
SSL BiG SiX ในห้องทำงานของ Stella Mozgawa
Solid State Logic

SSL BiG SiX ในห้องทำงานของ Stella Mozgawa

Stella Mozgawa มือกลอง Producer และ Remixer สมาชิกวง Warpaint เล่าถึงการใช้ SSL BiG SiX ในห้องทำงานที่บ้าน ตั้งแต่ปรีไมค์ SuperAnalogue กับการอัดกลอง การเล่นกลองสดทับดนตรี electronic ไปจนถึง G-Series Bus Compressor และ converter ในตัว

รู้งี้ซื้อตั้งนานแล้ว — ประสบการณ์จริงกับ SSL UC1, UF1 และ UF8 โดยคุณเชน Home Studio 39
Solid State Logic

รู้งี้ซื้อตั้งนานแล้ว — ประสบการณ์จริงกับ SSL UC1, UF1 และ UF8 โดยคุณเชน Home Studio 39

คุณเชน Home Studio 39 แชร์ประสบการณ์จริงกับ SSL UC1, UF1 และ UF8 — plugin controller ที่ underrated ที่เปลี่ยน workflow การมิกซ์ จากคลิกเมาส์นับพันครั้ง สู่การจับ Knob/Fader จริง ฟังแล้วหมุน ทำงานลื่นไหลและกล้าลองมากขึ้น

โปรดิวเซอร์ระดับ Grammy Eric Emery จัดเสียงทุกเซสชันด้วย Slate Digital ML-1A และ Virtual Microphone System
Slate Digital

โปรดิวเซอร์ระดับ Grammy Eric Emery จัดเสียงทุกเซสชันด้วย Slate Digital ML-1A และ Virtual Microphone System

Eric Emery โปรดิวเซอร์/มิกซ์เอนจิเนียร์ผู้ถูกเสนอชื่อชิง Grammy 2 ครั้ง (Blink-182, Yellowcard, Sevendust) เผยว่า Slate Digital ML-1A และปลั๊กอิน Virtual Microphone System (VMS) คือเครื่องมือหลักที่ช่วยจับคู่เสียงไมค์ให้ศิลปินได้เร็วโดยไม่สะดุดการทำงาน