LED สามสีคอยบอกว่าวงจรกำลังถูกดันหนักแค่ไหน ถ้าต้องการผลแบบเบา ๆ ที่ใช้ได้กับทั้งมิกซ์ ให้คุม LED ไว้ในโซนสีเขียว ถ้าต้องการสีเสียงที่ดุขึ้น ให้ดันวงจรจนกว่า LED จะขึ้นสีส้มถี่ขึ้น เมื่อเข้าโซนสีแดงจะได้เป็นเสียงสไตล์ distortion ซึ่งเหมาะกับ stem แยกชิ้นมากกว่ามิกซ์บัส
อีกเรื่องที่ควรรู้คือวงจรนี้เติม hiss ระดับต่ำคล้าย hiss ของเทปเข้ามาด้วยเสมอ ปิดไม่ได้ และระดับของมันจะลดลงเมื่อเพิ่ม DRIVE หรือ DENSITY ถ้าอยากได้เสียงที่สะอาดขึ้นในช่วงเบา ๆ ของเพลง วิธีที่ SSL แนะนำคือเพิ่ม DRIVE แล้วลด INPUT TRIM ลง จะได้ผลโดยรวมเท่าเดิมแต่ hiss น้อยลง
จุดเริ่มต้นที่คู่มือแนะนำคือ DRIVE 5 และ DENSITY 5 และสำหรับงานบนมิกซ์เต็มเพลง ไม่ควรตั้ง DENSITY ต่ำกว่า 2
WIDTH ใช้เพิ่มระดับของสัญญาณฝั่ง side อย่างเดียว เพื่อขยายหรือลด image โดยรวม
SPACE ใช้เพิ่มหรือลดย่านเบสแบบกว้าง ๆ ในสัญญาณฝั่ง side ซึ่งอิงมาจากเทคนิคที่หลายคนมองข้ามแต่ฉลาดมากอย่าง Stereo Shuffling หลายคนมักนึกถึงการตัดเบสออกจากสัญญาณฝั่ง side แต่ Knob SPACE อาจทำให้คิดใหม่ เพราะมันใส่มิติความลึกที่น่าสนใจเข้าไปในมิกซ์ได้
คู่มือแนะนำให้ลองที่ +2 dB ถึง +4 dB ก่อนเมื่อใช้กับมิกซ์ทั้งเพลง
จุดที่ควรรู้คือ drive ของวงจรนี้แยกจากภาคอื่น เมื่อดันภาค input ของ Fusion ให้แรงขึ้นก็ไม่ได้ทำให้ Transformer ทำงานหนักขึ้น และย่านความถี่ต่ำสุดจะเริ่มถูก roll off เมื่อระดับสัญญาณสูงขึ้น ที่ +16 dBu คู่มือระบุว่าเห็น roll off ประมาณ 0.5 dB ระหว่าง 40 Hz ถึง 30 Hz
ไอเดียการใช้งานที่คู่มือแนะนำคือกดเปิดดูที่จุดไหนของการมิกซ์ก็ได้ แล้วฟังว่าเสียงดีขึ้นไหม ซึ่งส่วนใหญ่ก็ดีขึ้นจริง ส่วนการที่ย่านต่ำสุดถูก roll off เมื่อระดับสัญญาณสูงขึ้น บ่อยครั้งเป็นผลดีเพราะช่วยคุมย่านล่างให้อยู่หมัด แต่ไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป
กดค้าง 2 วินาทีจะเข้าโหมด Post Input Trim สวิตช์เปลี่ยนเป็นสีขาวสว่าง โหมดนี้ตัดทุกวงจรเหมือนกันแต่ยังให้ INPUT TRIM ทำงานอยู่ ใช้เทียบเสียงก่อนและหลังที่ระดับความดังเท่ากันได้